Pages

Showing posts with label เมล็ด. Show all posts
Showing posts with label เมล็ด. Show all posts

Saturday, September 5, 2020

Amazon.com แบนขายเมล็ดพันธุ์พืชจากตปท. หลังผู้ซื้อในสหรัฐได้รับซองพัสดุปริศนา - อาร์วายที9

berasketa.blogspot.com
Amazon.com แบนขายเมล็ดพันธุ์พืชจากตปท. หลังผู้ซื้อในสหรัฐได้รับซองพัสดุปริศนา

แอมะซอนดอทคอม (Amazon.com) ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของสหรัฐ ประกาศห้ามจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชจากต่างประเทศในสหรัฐ หลังจากที่ชาวอเมริกันหลายพันคนได้รับพัสดุที่ส่งมาถึงพวกเขาโดยไม่ได้สั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ประทับตราไปรษณีย์จากประเทศจีน

"ต่อจากนี้ไป เราจะอนุญาตให้จำหน่ายเฉพาะเมล็ดพันธุ์พืชที่มาจากผู้ขายที่อยู่ในสหรัฐเท่านั้น" อเมซอนระบุในแถลงการณ์ทางอีเมล ในวันเสาร์ (5 ก.ย.)

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรของสหรัฐ (USDA) ตรวจพบพันธุ์พืชกว่าสิบชนิด ตั้งแต่ผักบุ้งไปจนถึงมัสตาร์ด บรรจุมาในถุงที่ไม่มีผู้สั่ง พร้อมกับเตือนชาวอเมริกันไม่ให้นำเมล็ดพันธุ์พืชเหล่านั้นไปเพาะปลูก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพืชระบุว่า เมล็ดพันธุ์พืชจากภูมิภาคอื่นๆ ของโลก อาจเป็นพันธุ์ต่างถิ่นซึ่งเป็นอันตรายต่อพืชสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

รายงานข่าวระบุว่า ทางอะเมซอนได้เริ่มเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องการขายเมล็ดพันธุ์พืชเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ขายที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของบริษัทจะถูกดำเนินการ ซึ่งรวมถึงการถอนบัญชีผู้ขาย

เมื่อเดือนก.ค. USDA ระบุว่า พัสดุเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างคำสั่งซื้อปลอม (brushing scam) เพื่อใช้สวมรอยในการเขียนรีวิวลูกค้าโดยหวังเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าของตนเอง

ต่อมาในเดือนส.ค. ทางผู้ตรวจสอบของ USDA ได้เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์เมล็ดพืชบางรายการที่มาจากจีนไม่พบปัญหา พร้อมกับเผยว่า ขณะนี้ทั้งสองประเทศกำลังทำงานร่วมกันเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้


Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
September 05, 2020 at 06:33PM
https://ift.tt/2ZbuyEk

Amazon.com แบนขายเมล็ดพันธุ์พืชจากตปท. หลังผู้ซื้อในสหรัฐได้รับซองพัสดุปริศนา - อาร์วายที9
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Saturday, August 15, 2020

ถอดรหัส Galaxy Buds Live ก่อนจะมาเป็นหูฟังรูปเมล็ดถั่ว - AV Tech Guide

berasketa.blogspot.com

เว็บไซต์ The Verge ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ Samsung Galaxy Buds Live หูฟังไร้สาย true wireless ที่มีรูปร่างหน้าตาสุดแปลกคล้ายเมล็ดถั่ว โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากการพูดคุยกับนายยองซอกบัง (Yongseok Bang) หัวหน้าทีมออกแบบหูฟังรุ่นนี้

ในเบื้องต้น ยองซอก บัง ยืนยันว่าในทีมออกแบบก็เรียกหูฟังรุ่นนี้ว่าเมล็ดถั่วเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของหูฟังรุ่นนี้ตั้งแต่ตอนมีภาพหลุดออกมา และก่อนจะได้คำตอบสุดท้ายออกมาเป็นGalaxy Buds Live ทางซัมซุงได้ทดลองดีไซน์หลายรูปแบบมาก โดยยึดถือแนวทางของหูฟังแบบ open-air เป็นหลัก

สำหรับโจทย์แรกที่ทีมออกแบบได้รับมาก็คือ หูฟังไร้สายรุ่นนี้จะต้องโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนหูฟังไร้สายรุ่นใด ๆ ในตลาด แน่นอนว่าต้องดูดีกว่าหูฟังของคู่แข่งหมายเลยหนึ่งอย่าง Apple AirPods และโจทย์ทำให้ซัมซุงต้องใช้เวลาถึง 2 ปี กว่าจะนำ Galaxy Buds Live ออกวางจำหน่ายได้

ดังนั้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จึงมีตัวอย่างต้นแบบ และการลองผิดลองถูกเกิดขึ้นมากมาย โดยยึดถือเป้าหมายอยู่ 3-4 เรื่อง คือ ต้องไม่เหมือนใคร, ต้องสวมใส่สบาย, มีฟังก์ชันการทำงานอย่างที่ควรจะมี และแน่นอนว่าต้องมีคุณภาพเสียงที่ดีด้วย

ส่วนหนึ่งของต้นแบบ Galaxy Buds Live ชุดแรก ๆ ในระหว่างที่ทีมออกแบบกำลังเฟ้นหาขนาดและรูปทรงที่ลงตัว (ภาพจาก Samsung)

แล้วมาเป็นหูฟังรูปทรงเมล็ดถั่วได้ยังไง ? ทีมออกแบบของซัมซุงเผยว่า ทางซัมซุงได้ทำการศึกษารูปทรงของใบหูแล้วพบว่ารูปทรงเมล็ดถั่วนี่แหละที่สามารถสวมใส่ได้สบาย พอดีกับบริเวณช่องเปิดของรูหูและใบหู

แต่เนื่องจากหูของมนุษย์เรานั้นมีลักษณะหรือรูปทรงแตกต่างกันได้ ทางทีมออกแบบจึงได้ทดลองสุ่มตัวอย่างผู้ทดสอบมากกว่า 2,000 คนเพื่อที่จะสรุปว่าหูฟังรุ่นนี้ควรมีขนาดและน้ำหนักเป็นอย่างไร

และความจริงแล้วรูปทรงของ Galaxy Buds Live นั้นสามารถสวมใส่ได้พอดีกับหูขนาดกลางและขนาดใหญ่โดยไม่ต้องใช้ชิ้นซิลิโคนที่เรียกว่า wingtip แต่อาจมีปัญหาได้บ้างกับคนที่มีหูขนาดเล็ก ดังนั้นซัมซุงจึงได้ออกแบบให้มี wingtip มาให้เลือกใช้ 2 ขนาดเพื่อให้คนหูเล็กสามารถสวมใส่ได้พอดีกับหูมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งการออกแบบคือ การจัดเรียงชิ้นส่วนต่าง ๆ ในตัวหูฟังเป็นการวางตำแหน่งเรียงซ้อนกันออกไปทางข้าง แทนที่จะวางเรียงกันในแนวตั้งเหมือนกับ Galaxy Buds และ Galaxy Buds Plus ทำให้ตัวหูฟัง Galaxy Buds Live สามารถออกแบบให้มีความบางลงกว่าเดิมได้

ภาพร่างต้นแบบของหูฟังและแบตเตอรี่เคส Galaxy Buds Live (ภาพจาก Samsung)

และเนื่องจากตัว Galaxy Buds Live เป็นหูฟังท่ีเวลาสวมใส่ใช้งานตัวมันเกือบทั้งหมดจะเข้าไปอยู่ในใบหูทางทีมออกแบบจึงจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องของตำแหน่งไมโครโฟนให้ดี ในช่วงแรกของการออกแบบตำแหน่งของไมโครโฟนด้านนอกทั้ง 2 ตัวนั้นค่อนช้างอยู่ห่างกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทว่ามีผู้ทดสอบบางคนพบว่าคนที่มีใบหูยาว ตำแหน่งของไมโครโฟนด้านนอกตัวหนึ่งอาจถูกปิดทับหรือบังได้ ดังนั้นทีมออกแบบจึงได้พยายามหาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับไมโครโฟนทั้ง 2 ตัว  พร้อมทั้งยังบากร่องที่พื้นผิวด้านนอกบริเวณที่ติดตั้งไมโครโฟนเพื่อช่วยให้คลื่นเสียงของผู้ใช้ยังสามารถวิ่งผ่านเข้าไปที่ตัวไมโครโฟนได้

ภาพแสดงการมาร์คตำแหน่งไมโครโฟนเพื่อหาทดลองหาตำแหน่งที่เหมาะสมลงตัวที่สุด (ภาพจาก Samsung)

ซึ่ง ยองซอก บัง เผยว่าเฉพาะส่วนที่ทดสอบไมโครโฟน ทางซัมซุงได้ลองทดสอบกับผู้ใช้งานหลายร้อยคนเลยทีเดียว

สำหรับการออกแบบตัวแบตเตอรี่เคส ยองซอก บัง เผยว่า ทีแรกทางทีมออกแบบได้ออกแบบให้มันมีรูปทรงเหมือนกับตัวหูฟัง ทว่าพอทำต้นแบบออกมาจริง ๆ แล้ว มันดูเหมือนกล่องใส่แว่นมากกว่ากล่องใส่หูฟัง

ภาพต้นแบบเคสที่มีรูปทรงเมล็ดถั่วเหมือนกับตัวหูฟัง (ภาพจาก Samsung)

นอกจากนั้นโจทย์ของเขายังมีเรื่องของความสะดวกในการพกพา และความง่ายในการเปิดใช้งานสุดท้ายแล้วตัวเคสของ Galaxy Buds Live จึงได้มีรูปทรงเหมือนกับกล่องใส่อัญมณี ดังที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้ นอกจากนั้นการบากเป็นร่องทั้ง 3 ด้านของตัวเคส ยังช่วยให้การเปิดฝาทำได้ง่ายขึ้นด้วย

ในส่วนของระบบตัดเสียงรบกวน เนื่องจากเป็นหูฟังแบบ open-air ที่ไม่ได้ซีลมิดชิดจนเงียบสนิทเหมือนกับหูฟังแบบอินเอียร์ ทางทีมออกแบบจึงได้เลือกที่จะตัดเสียงรบกวนเฉพาะช่วงความถึ่เสียงกลางและเสียงต่ำ ดังนั้นเมื่อใช้งานมันจึงไม่ได้ทำให้เสียงรอบข้างเงียบสนิทเหมือนหูฟังที่มีระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี หากมองในภาพรวมแล้ว คุณภาพเสียงที่ได้จากหูฟังรุ่นนี้ ยังคงสามารถให้คำนิยามให้ว่า‘เสียงดี’ เพราะถึงแม้ว่ามีคัลเลอร์และเน้นเสียงทุ้มให้เด่นชัดทว่าก็ยังถ่ายทอดรายละเอียดเสียงกลางและแหลม ตลอดจนมิติเวทีเสียงได้ดี


ที่มา:The Verge

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
August 15, 2020 at 04:15AM
https://ift.tt/34gviM3

ถอดรหัส Galaxy Buds Live ก่อนจะมาเป็นหูฟังรูปเมล็ดถั่ว - AV Tech Guide
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Sunday, August 9, 2020

อีสท์ เวสท์ ซีด ร่วมกับรพ.ศิริราช เปิดโครงการผักสวนครัวรั้วกินได้……สมุนไพรกินดี ส่งต่อความสุขสู่คนเมือง - สยามรัฐ

berasketa.blogspot.com

ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปี แห่งการส่งมอบเมล็ดพันธุ์คุณภาพเพื่อเกษตรกร และเพื่อผลิตผลคุณภาพดีแก่ประชาชน “อีสท์ เวสท์ ซีด” หรือที่กลุ่มเกษตรกรในบ้านเรารู้จักกันดีในนาม “เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง” ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ผักเขตร้อนที่มีคุณภาพสูงพร้อมเริ่มเดินเครื่องในการสื่อสารกับกลุ่มคนเมืองมากขึ้นผ่านแคมเปญ “ความสุขปลูกได้” กับการสรรสร้าง “สวนผักคนเมือง” โดย อีสท์ เวสท์ ซีด ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ศิริราช ในโครงการ “ผักสวนครัวรั้วกินได้……สมุนไพรกินดี” ส่งต่อความสุขสู่คนเมือง ณ แปลงผักสวนฐานป้อม พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ นายแพทย์สมุทร จงวิศาล รองหัวหน้าหน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ การบริโภค การดูแลสุขภาพตนเอง และการจับจ่ายใช้สอย สถานการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนบางส่วนต้องขาดรายได้

โครงการผักสวนครัวรั้วกินได้….สมุนไพรกินดี เป็นโครงการนำร่องที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดในโรงพยาบาลศิริราช ก็สามารถที่จะเป็นพื้นที่ปลูกผักสวนครัวได้ มีกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับผักสวนครัว ขั้นตอนการปลูกให้กับประชาชนทั่วไป เกิดเป็นผลผลิตที่สามารถนำมาบริโภคได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลกับสารปนเปื้อนต่างๆ ทำให้เกิดรายได้เสริมและเป็นการพึ่งพาตัวเองให้ดำรงชีพได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

หน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราชได้ริเริ่มดำเนินโครงการการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้….สมุนไพรกินดี โดยดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สวนฐานป้อมพระราชวังหลัง ทั้งบริเวณด้านหน้า และด้านหลังให้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว โดยปราศจากสารพิษและสารเคมี เช่น ผักกาดหอม ผักบุ้ง พริก กวางตุ้ง

หลังจากนี้ทางหน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช และผู้สนับสนุนได้แก่ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด จะเชิญชวนบุคคลทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม ที่จะสร้างองค์ความรู้การปลูกผักอย่างครบวงจร ตั้งแต่เดือน สิงหาคม ถึง ธันวาคม 2563 ได้แก่ การจัดอบรมให้ความรู้วิธีการปลูกผักสวนครัว การแจกเมล็ดพันธุ์ผัก และดูแลติดตามผลการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพ แลกเปลี่ยนผลผลิตระดับชุมชนได้ ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆนี้ จะนำมาประมวลผล ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันอีกครั้ง ในกิจกรรมพิเศษ วันที่ 5 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และ วันดินโลก (World Soil Day)

ศาสตร์จารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า การปลูกผักสวนครัวที่บ้าน เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตกาล นับเป็นส่วนหนึ่ง ของ Normal ปกติ ไม่ใช่เพียงปลูกผัก เพียงเพื่อมีอาหารที่ปลอดภัย แต่ความเขียว การมีความสุขจากการที่เห็นต้นไม้เติบโตเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี ในขณะเดียวกันเมื่อดำเนินการไปได้ถึงจุดจุดหนึ่ง นอกจากจะไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อผักสวนครัวมารับประทานยังสามารถมีอาหารที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภคและแบ่งปันต่อไปได้ทั้งหมดเป็นหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้ให้กับพวกเรา

จุดเริ่มต้นเล็กๆ ในศิริราช คนกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คน องค์กรไม่กี่แห่ง ที่มาร่วมกันทำให้แปลงนี้เกิดขึ้นในศิริราช จะเกิดเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ขยายตัวต่อให้กับคนในสังคม คำว่า New normal ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำและทันสมัย แต่การ Back to Nature , Back to Normal อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจความหมาย ในบางครั้ง เรามาไกลจนเกินไปจนหลงลืมสิ่งดีๆ ในอดีต วิกฤต Covid-19 จะดึงเรากลับไป เรื่องบางเรื่อง ที่เป็นเรื่องดีงามในอดีต ซึ่งสามารถดำเนินไปในปัจจุบันได้

“ต้องขอบคุณทางพิพิธภัณฑ์ และบริษัทอีสท์ เวสท์ ซีด ที่จัดให้มีโครงการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้นี้ขึ้นมา และในเรื่องของสมุนไพร เรามองย้อนหลังไป มีสมุนไพรจำนวนไม่น้อย ที่มีสรรพคุณมาก การที่เราประยุต์ใช้ นำสมุนไพรมาปลูกผสมผสานกันไป ในพื้นที่ที่เราเข้าถึงได้ง่าย ก็จะทำให้เราผสมผสานชีวิตได้อย่างลงตัว ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ทำให้เกิดกิจกรรมในวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่า กุศลจิตที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งที่ทำให้โครงการนี้ขยายตัวต่อ ทำให้สังคมไทยนี้ดีขึ้น สังคมไทยที่พร้อมรับมือกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเราสามารถ Back to normal Back to nature ที่เราคุ้นเคยกันมาแต่ก่อนได้”คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าว

นายวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง เป็นที่รู้จักในกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้เมล็ดพันธุ์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่โจทย์สำคัญในปีนี้ คือ การสร้างกิจกรรม “ความสุขปลูกได้” กับกลุ่มคนเมือง ที่ไม่ว่า ใคร ๆ ก็สามารถปลูกได้ง่ายๆ ที่บ้าน สามารถทำสวนผักคนเมืองได้แม้แต่ในพื้นที่จำกัด ให้ได้รู้จักถึงวิธีการปลูกผักทานเอง และรับประทานผักที่ปลอดภัยหันมาใส่ใจสุขภาพในภาวะCovid-19 ที่อาจจะดีขึ้นหรือหนักขึ้นก็ตาม การปลูกผักนี้จะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง ในยุค New Normal ตอบโจทย์สายรักสุขภาพอย่างแน่นอน

โรงพยาบาลศิริราช เป็นสถานที่ใจกลางเมือง ที่มีทั้งบุคคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย ประชาชนจากทั่วทั้งประเทศมาที่นี่ เราเล็งเห็นความสำคัญ ของทีมแพทย์ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์ และ ประชาชน ที่ควรจะได้สัมผัส ได้ชม ได้ลองปลูกผักรับประทานเอง เรียนรู้ และเข้าใจเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ และประโยชน์ของการบริโภคผักปลอดภัย จากการปลูกเอง ทานเอง นอกจากจะได้ผักปลอดภัยสดสะอาด ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายที่ดี แปลงผักสีเขียวสบายตา ยังช่วยผ่อนคลายจากความเครียด ส่งผลต่อสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วย จึงได้จัดทำแปลงนี้ขึ้นมาเป็นทั้งอาหารกาย อาหารใจให้กับทีมแพทย์ บุคคลากร และผู้พบเห็นในเวลาเดียวกัน ที่นี่จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะมี “สวนผักคนเมือง” สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้นแบบให้กับคนเมืองที่มีความสนใจอยากลงมือปลูกผักเองที่บ้าน

นอกจากสวนผักที่ทางเราได้เข้ามาช่วยตรงนี้ กิจกรรมต่อเนื่องที่ทางทาง อีสท์ เวสท์ ซีด จะสนับสนุนก็คือกิจกรรม Workshop สอนปลูก ในโอกาสต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูก จากเมล็ดพันธุ์ตราศรแดงของเรามาเป็นวิทยากรให้ ณ สวนแห่งนี้ ซึ่งผมคิดว่าที่นี่จะกลายเป็นสวนผักคนเมืองต้นแบบ เป็นศูนย์รวมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ผ่านไปผ่านมา ได้ลองลงมือปลูกผัก แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แล้วกลับไปทำเองที่บ้าน หันมาใส่ใจสุขภาพ ปลูกแล้วได้ทานผักทีดี มีเหลือแบ่งปันเพื่อนบ้าน เกิดเป็นคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งความสุขจากผักคุณภาพดีสู่คนเมืองต่อไป” นายวิชัย กล่าว

โครงการ “สวนผักคนเมือง” ภายใต้แคมเปญ “ความสุขปลูกได้” ทางอีสท์ เวสท์ ซีด ยังมีในอีกหลาย ๆ จุดทั่วกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจ ให้คนเมืองหันมาปลูกผัก รักสุขภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แล้วสามารถนำไปทำเองที่บ้านหรือถ่ายทอดสู่คนอื่นได้ ติดตามสวนผักคนเมือง “ความสุขปลูกได้” ทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเร็วๆ นี้

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
August 09, 2020 at 09:21AM
https://ift.tt/33HAat3

อีสท์ เวสท์ ซีด ร่วมกับรพ.ศิริราช เปิดโครงการผักสวนครัวรั้วกินได้……สมุนไพรกินดี ส่งต่อความสุขสู่คนเมือง - สยามรัฐ
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Monday, August 3, 2020

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'เตือนอย่ามัวเพาะเมล็ดพันธุ์ความเกลียดชัง ไม่หมิ่นสถาบันฯไม่มี'ม็อบชนม็อบ' - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

berasketa.blogspot.com

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 08.35 น.

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’เตือนอย่ามัวเพาะเมล็ดพันธุ์ความเกลียดชัง ไม่หมิ่นสถาบันฯไม่มี‘ม็อบชนม็อบ’

4 สิงหาคม 2563 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart หัวข้อ “ประชาชนปลดแอก” มีเนื้อหาดังนี้

ประชาชนปลดแอก

ที่ใดมีแรงผลัก​ ย่อมมีแรงต้าน เมื่อกลุ่มเยาวชนปลดแอกจัดชุมนุมย่อยกระจายไปในหลายพื้นที่​ แต่ปล่อยปละละเลยให้มีการแอบซ่อน​เคลื่อนไหวต่อต้านสถาบัน​ บังหน้าด้วยการเรียกร้องให้นายกลาออก​ ยุบสภา​ และแก้รัฐธรรมนูญ​

ตอนนี้เปลี่ยนชื่อจากเยาวชนเป็นประชาชนปลดแอก​ ทำไมถึงเปลี่ยน​ นักศึกษามาน้อยไป​ หรือส่วนใหญ่มีแต่คนแก่​ คนไทยไม่ตอบรับ เลยต้องเปลี่ยนให้ตรงกับความจริงหรือไง​

ข้อเรียกร้องทั้งสามข้อ​ ขอย้ำเป็นสิทธิไม่มีใครว่า​ จะสำเร็จหรือไม่​

คนไทยส่วนใหญ่ไม่สน​

แต่คนไทยยอมรับไม่ได้ที่มีการหมิ่นสถาบัน​ กลุ่มอาชีวะรักชาติและกลุ่มคนไทยที่จงรักภักดีตามจังหวัดต่างๆขยับตัวออกมาแสดงพลังความจงรัก​ ภักดี​ นี่เป็นเพียงส่วนหัวขบวนของคนที่จงรักภักดี

ไม่ใช่ม๊อบชนม๊อบแน่นอน​ ถ้าไม่ชุมนุมหมิ่นเจ้า​

แปลกดีนะ​ ทั่วโลกกำลังวิตกกับโควิดที่มีการติดเชื้อถึง​ 18 ล้านคน​ มีคนตายเรือนหลายแสน แต่นักการเมืองและเยาวชนไทยกลับมาเรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญ​

อย่ามัวแต่เพาะเมล็ดพันธ์แห่งความเกลียดชังอยู่เลย​ มาช่วยกันรักชาติ​ ร่วมแรงกันฟื้นฟูชาติจากวิกฤตโควิด

หากรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาโควิดได้อเมริกาและยุโรปคงไม่ติดเชื้อและตายเพราะโควิดกันมากมายขนาดนี้หรอกมั้ง

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
August 03, 2020 at 06:35PM
https://ift.tt/33mFqCd

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'เตือนอย่ามัวเพาะเมล็ดพันธุ์ความเกลียดชัง ไม่หมิ่นสถาบันฯไม่มี'ม็อบชนม็อบ' - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Sunday, July 12, 2020

ชาวนาเมืองน้ำดำดีใจรายได้เพิ่มหลังศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯเพิ่มโควตารับซื้อเมล็ดพันธุ์ - ผู้จัดการออนไลน์

berasketa.blogspot.com


กาฬสินธุ์-ชาวนากาฬสินธุ์เฮ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มโควตารับซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี63 จากเดิม 3,000 ตัน เป็น 3,600 ตัน ประกันราคารับซื้อตามมาตรฐานของกรมการข้าวกิโลกรัมละ19-20บาท เผยเพิ่มโควต้าช่วยให้ชาวนมีรายได้เพิ่ม


ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ บ้านห้วยสีทน ม.6 ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ นายฉันทลักษณ์ ฆารไสว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2563 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ได้ตั้งเป้าผลผลิตซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 2 ชนิดคือ ข้าวเปลือกเหนียว กข 6 จำนวน 1,600 ตัน และข้าวเจ้าหรือข้าวขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 2,000 ตัน

การตั้งเป้าผลผลิตข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดในฤดูกาลผลิต 2563 ดังกล่าว ถือเป็นการเพิ่มโควต้าทั้งการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และรับซื้อผลผลิตจากชาวนา โดยเฉพาะข้าวเหนียว กข 6 ซึ่งในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2562 ที่ผ่านมา ตั้งเป้าไว้เพียง 1,000 ตัน แต่ปี 2563 เพิ่มขึ้นอีก 600 ตัน รวมเป็น 1,600 ตัน เมล็ดพันธุ์ได้จำหน่ายให้กับชาวนาที่เป็นสมาชิกไปหมดแล้ว

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ยังเหลือจำหน่ายในคลังเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 50 ตัน

นายฉันทลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่เพิ่มโควตาให้กับผลผลิตข้าวเปลือก กข 6 นั้น เนื่องจากเป็นที่นิยมเพาะปลูกและบริโภคในครัวเรือน นอกจากนี้ชาวนายังสามารถนำผลผลิตจำหน่ายตามลานรับซื้อหรือตลาดทั่วไป และได้ราคาสูงอีกด้วย เนื่องจากคุณภาพเมล็ดข้าวดี ไม่มีการปลอมปน

โดยราคารัฐซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว ยึดตามเกณฑ์และระเบียบของกรมการข้าว มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ชาวนาที่เป็นสมาชิกจึงเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากการจำหน่ายผลผลิต

โดยมีการประกันราคารับซื้อผลผลิตข้าวทั้ง 2 ชนิด กิโลกรัมละ 19-20 บาท ขณะที่ในส่วนของการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปเพาะปลูก กิโลกรัมละ 26-27 บาท


สำหรับชาวนาที่เป็นสมาชิกของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ 30 กลุ่ม จำนวน 1,500 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนมากอาศัยน้ำฝนเป็นปัจจัยหลักในการทำนา นิยมทำนาดำและนาหยอด ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการในแปลงนาได้ง่ายกว่าการทำนาหว่าน

โดยเฉพาะในช่วงตัดสายพันธุ์ปลอมปน มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ฯ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำชาวนาที่เป็นสมาชิก และจัดทีมตรวจแปลงนาเพื่อตัดสายพันธุ์ปลอมปนในนาข้าว เพื่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวนา ที่จะขายผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพมาตรฐาน และมีกำไรจากการทำนา

นางวนิดา อาสาคติ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 307 หมู่ 19 ชาวนาบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด กล่าวว่าครอบครัวตนเป็นสมาชิกผู้ปลูกข้าวเมล็ดพันธุ์ ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์มาประมาณ 20 ปี ผลดีคือได้ผลผลิตเมล็ดข้าวเปลือกคุณภาพ มีประกันราคาแน่นอน และจำหน่ายได้ราคาสูงกว่าแหล่งรับซื้อทั่วไป ทั้งนี้ นอกจากจะจำหน่ายผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกคืนให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ตามสัดส่วนหรือโควต้าที่ได้รับแล้ว ผลดีที่ตามมาอีกคือยังได้ขายต้นกล้าที่เหลือจากการถอนปักดำ ให้กับเพื่อนชาวนามัดละ 2-3 บาท

ทั้งยังขายเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกบางส่วนที่เหลือจากการขายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ ให้กับเพื่อนชาวนานำไปเพาะปลูกในราคาสูงอีกด้วย การเพิ่มโควตารับซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข 6 จากเดิม 1,000 ตัน เป็น 1,600 ตันในปีนี้ หรือรวมกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 อีก 2,000 ตัน เป็น 3,600 ตันดังกล่าว จึงเป็นผลดีที่ชาวนาจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น และกระจายกลุ่มชาวนาผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
July 12, 2020 at 07:15PM
https://ift.tt/38OXVQw

ชาวนาเมืองน้ำดำดีใจรายได้เพิ่มหลังศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯเพิ่มโควตารับซื้อเมล็ดพันธุ์ - ผู้จัดการออนไลน์
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

ชาวนากาฬสินธุ์เฮ! เพิ่มโควตารับซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว คุณภาพมาตรฐาน - สยามรัฐ

berasketa.blogspot.com

ชาวนากาฬสินธุ์เฮ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ เพิ่มโควตารับซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2563 จากเดิม 3,000 ตัน เป็น 3,600 ตัน ประกันราคารับซื้อตามมาตรฐานของกรมการข้าวกิโลกรัมละ 19-20 บาท

วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ บ้านห้วยสีทน ม.6 ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ นายฉันทลักษณ์ ฆารไสว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2563 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ได้ตั้งเป้าผลผลิตซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 2 ชนิดคือ ข้าวเปลือกเหนียว กข 6 จำนวน 1,600 ตัน และข้าวเจ้าหรือข้าวขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 2,000 ตัน

นายฉันทลักษณ์กล่าวอีกว่า การตั้งเป้าผลผลิตข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดในฤดูกาลผลิต 2563 ดังกล่าว ถือเป็นการเพิ่มโควต้าทั้งการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และรับซื้อผลผลิตจากชาวนา โดยเฉพาะข้าวเหนียว กข 6 ซึ่งในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2562 ที่ผ่านมา ตั้งเป้าไว้เพียง 1,000 ตัน ขณะที่ปี 2563 เพิ่มขึ้นอีก 600 ตัน รวมเป็น 1,600 ตัน ซึ่งเมล็ดพันธุ์ได้จำหน่ายให้กับชาวนาที่เป็นสมาชิกไปหมดแล้ว แต่ในส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ยังเหลือจำหน่ายในคลังเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 50 ตัน

นายฉันทลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่เพิ่มโควตาให้กับผลผลิตข้าวเปลือก กข 6 นั้น เนื่องจากเป็นที่นิยมเพาะปลูกและบริโภคในครัวเรือน นอกจากนี้ชาวนายังสามารถนำผลผลิตจำหน่ายตามลานรับซื้อหรือตลาดทั่วไป และได้ราคาสูงอีกด้วย เนื่องจากคุณภาพเมล็ดข้าวดี ไม่มีการปลอมปน อย่างไรก็ตาม สำหรับราคารัฐซื้อผลลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว ยึดตามเกณฑ์และระเบียบของกรมการข้าว ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ชาวนาที่เป็นสมาชิกจึงเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากการจำหน่ายผลผลิต โดยมีการประกันราคารับซื้อผลผลิตข้าวทั้ง 2 ชนิด กิโลกรัมละ 19-20 บาท ขณะที่ในส่วนของการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปเพาะปลูก กิโลกรัมละ 26-27 บาท

ทั้งนี้ มีชาวนาที่เป็นสมาชิกของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ 30 กลุ่ม จำนวน 1,500 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนมากอาศัยน้ำฝนเป็นปัจจัยหลักในการทำนา นิยมทำนาดำและนาหยอด ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการในแปลงนาได้ง่ายกว่าการทำนาหว่าน โดยเฉพาะในช่วงตัดสายพันธุ์ปลอมปน ทั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำชาวนาที่เป็นสมาชิก และจัดทีมตรวจแปลงนาเพื่อตัดสายพันธุ์ปลอมปนในนาข้าว เพื่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวนา ที่จะขายผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพมาตรฐาน และมีกำไรจากการทำนา

ขณะที่นางวนิดา อาสาคติ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 307 หมู่ 19 ชาวนาบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าครอบครัวตนเป็นสมาชิกผู้ปลูกข้าวเมล็ดพันธุ์ ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์มาประมาณ 20 ปี ผลดีคือได้ผลผลิตเมล็ดข้าวเปลือกคุณภาพ มีประกันราคาแน่นอน และจำหน่ายได้ราคาสูงกว่าแหล่งรับซื้อทั่วไป ทั้งนี้ นอกจากจะจำหน่ายผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกคืนให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ตามสัดส่วนหรือโควต้าที่ได้รับแล้ว ผลดีที่ตามมาอีกคือยังได้ขายต้นกล้าที่เหลือจากการถอนปักดำ ให้กับเพื่อนชาวนามัดละ 2-3 บาท และยังขายเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกบางส่วนที่เหลือจากการขายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ ให้กับเพื่อนชาวนาเพื่อนำไปเพาะปลูกในราคาสูงอีกด้วย การเพิ่มโควตารับซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข 6 จากเดิม 1,000 ตัน เป็น 1,600 ตันในปีนี้ หรือรวมกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 อีก 2,000 ตัน เป็น 3,600 ตันดังกล่าว จึงเป็นผลดีที่ชาวนาจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น และกระจายกลุ่มชาวนาผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
July 12, 2020 at 06:33PM
https://ift.tt/3fm5bpC

ชาวนากาฬสินธุ์เฮ! เพิ่มโควตารับซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว คุณภาพมาตรฐาน - สยามรัฐ
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Friday, June 26, 2020

สแกน UPOV 1991 ปั้นนักวิจัย-ไม่แตะเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม - ประชาชาติธุรกิจ

berasketa.blogspot.com

ประเด็น “พันธุ์พืช” ถือเป็นความท้าทายหนึ่งของไทยในการตัดสินใจเข้าร่วมเจรจาความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP หรือไม่ ด้วยความกังวลภาคประชาสังคมที่มองว่า หากเข้าร่วม CPTPP ไทยจะต้องเข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) 1991ต้องแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งอาจทำให้มีการตัดสิทธิเกษตรกรไม่ให้ถือครองเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง ให้ประโยชน์กับบริษัทผู้พัฒนาสิทธิบัตรและผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ต่างชาติ กระทบเกษตรกรไทยต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์แพงขึ้น ล่าสุดสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หัวข้อ “CPTPP เกษตรกรไทยเสียเปรียบจริงหรือ ?” เมื่อเร็ว ๆ นี้แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องดังกล่าว

เก็บเมล็ดพันธุ์เก่าได้ 3 เท่า

นางสาวธิดากุญ แสนอุดม นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กรมวิชาการเกษตรยอมรับว่า UPOV จะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ส่งผลดีกับนักปรับปรุงพันธุ์ในฐานะเจ้าของพันธุ์ ส่วนเกษตรกรจะยังสามารถใช้พืชสายพันธุ์ดั้งเดิม พืชพื้นเมืองพันธุ์ท้องถิ่นในการค้าในตลาด พันธุ์ของรัฐ และพันธุ์นำเข้า ตามวิถีชีวิตปกติของเกษตรกรไทยได้ ซึ่งในหลักเกณฑ์UPOV มีเงื่อนไขว่าสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ได้ไม่เกิน 3 เท่าของเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมา ดังนั้น หากเป็นเกษตรกรจริง ๆจะไม่ได้รับผลกระทบ และจะไม่ถูกลิดรอนสิทธิ์ใด ๆ ยกเว้นผู้ที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากพันธุ์จะต้องขออนุญาตจากเจ้าของพันธุ์ก่อนจึงจะได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้อง กรณีนี้จะต้องเจรจา “แบ่งปันผลประโยชน์”แล้วแต่กรณี ซึ่งไม่มีใครเสียเปรียบ ส่วนการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์นั้นก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรัฐบาลแต่ละประเทศ

แบ่งปันผลประโยชน์เมล็ดพันธุ์

เมื่อไทยเป็นภาคี UPOV ต้องเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถใช้พันธุ์พืชดั่งเดิมของไทยไปปรับปรุงพันธุ์ใหม่ได้ ในทางตรงกันข้ามนักปรับปรุงพันธุ์ของไทยก็สามารถใช้พันธุ์พืชดั้งเดิมของชาติอื่น หรือผลงานวิจัยของชาติอื่นมาต่อยอดเป็นพันธุ์ใหม่ ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นปกติของการค้าเสรี และประเด็นนี้ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช 2542 เปิดให้ดำเนินการได้อยู่แล้ว เพียงแต่ผู้จะเข้ามาใช้พันธุ์ไม่มีสิทธิจะเป็นเจ้าของพันธุ์ดั้งเดิมเด็ดขาด

สำหรับผู้ที่จะปรับปรุงพัฒนาเชิงการค้าต้องผ่านเงื่อนไข คือ 1.ต้องพัฒนาใหม่ 2.ตรวจสอบพันธุ์ใหม่แตกต่างหรือไม่ และเมื่อจดทะเบียนแล้วต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีตามการคุ้มครองกฎหมายประเทศนั้น ๆ เช่น ญี่ปุ่นคิดค่าคุ้มครองแบบขั้นบันได ตลาดไม่มี ลดการจ่ายรายปีได้ ดังนั้น ถ้าเข้า UPOV ไทยมีสิทธิพิจารณาคุ้มครองพันธุ์เต็มที่อยู่แล้ว เราสามารถเก็บค่าธรรมเนียม และนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้ภาคการเกษตรของไทยพัฒนาเดินหน้าได้เร็วขึ้น

ดังนั้น การเข้าร่วม UPOV เกษตรกรจะได้ประโยชน์จากทางเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีหลากหลายมากขึ้น เพราะทุกประเทศพัฒนาหมด แต่ที่น่าห่วงคือ ภาครัฐยังไม่พร้อมรับสถานการณ์ “เจ้าหน้าที่วิจัย” ยังไม่เพียงพอสำหรับตรวจรับรองสายพันธุ์ใหม่ ที่จะมีมากขึ้น ในอีก 3-5 ปีรัฐบาลต้องเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และยังต้องยอมรับว่า พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปัจจุบันมีบางเรื่องที่ยังเข้มข้มและไม่สอดคล้องกับ UPOV 1991

สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วม UPOV หากรัฐบาลมีนโยบายมาก็ต้องแจ้งไปที่องค์กร UPOV ก่อน เพื่อเทียบกับกฎหมายของไทยหรือไม่อย่างไร จากนั้นจะหารือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รับฟังความเห็นก่อน ทุกฝ่ายต้องเข้าใจและยอมรับร่วมกัน

โอกาสปฏิรูปเกษตรไทย

นายชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยกล่าวว่าการจะเข้าร่วมเรื่องใดต้องมองถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก กรณีข้อทักท้วงว่าการเข้า UPOV ทำให้เกิดการผูกขาดของเมล็ดพันธุ์ตามกฎหมายของแต่ละประเทศ มีการคุ้มครองสิทธิทิ้งเกษตรกรและผู้ประกอบการอยู่แล้ว การละเมิดนำพันธุ์คุ้มครองไปขายเป็นอาชญากรมากกว่า อย่างไรก็ตาม มองว่าทุกหน่วยงานต้องมีมาตรการมารองรับเพื่อให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ถือเป็นโอกาสปฏิรูปภาคเกษตรดีกว่าที่จะครอบครองเมล็ดพันธุ์ไว้แต่ไม่พัฒนาอะไรเลย

นางสาวกนกวรรณ ชดเชย ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิคกล่าวว่า ภาคเอกชนอยู่ระหว่างเตรียมข้อเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.พันธุ์พืช เพื่อให้สอดรับกับ UPOV และแก้ไขนิยามพันธุ์พื้นเมืองทั่วไป เพราะเกษตรกรจะได้ประโยชน์ในการแข่งขันมากขึ้น หากเปิดกว้างและปรับเปลี่ยนบ้าง เช่นเดียวกับในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาก็กำลังผลักดันเรื่องนี้ดังนั้น ไทยต้องแก้ไขกฎหมายให้เข้มแข็งเพื่อให้สอดรับกับกฎหมายสากล

นายนิพนธ์ ชัยวงศ์รุ่งเรือง เกษตรกรนักปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม้ พันธุ์เฉลิมกรุงสกุลหวาย ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดขณะนี้กล่าวว่า การคุ้มครองสิทธินักปรับปรุงพันธุ์คือสิ่งที่อยากได้รับจากการเข้า UPOV เพราะในการปรับปรุงพันธุ์พืชใด ๆ ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า10 ปี และยังต้องเสี่ยงว่าจะได้รับความนิยมหรือไม่ ขณะที่ปัญหาการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นไม่น้อย เพราะกฎหมายเราไม่เข้มข้น การขโมยพันธุ์ไปใช้ทำได้ง่ายเพียงแค่แยกยีสต์ แต่งเติมก็จะได้กล้วยไม้พันธุ์ใหม่ที่ต่างไปจากพันธุ์เดิมเล็กน้อย ซึ่งถือว่าผิดต่อนักปรับปรุงพันธุ์เดิม หากสามารถยกระดับกฎหมายที่คุ้มครองสิทธินักปรับปรุงพันธุ์ให้เทียบเท่าสากลจะถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และมั่นใจว่าการเข้าร่วม UPOV ก็จะไม่มีปัญหาการผูกขาดเกิดขึ้น

ไทยเดินตามบันได 12 ขั้น

นายพรชัย ประภาวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอเมริกาเหนือ สำนักอเมริกา แปซิฟิก และองค์การระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า ความพยายามที่จะรักษาความสามารถการแข่งขัน ถ้าเรา “ตกลงทันที” จะมีผลเลยหรือไม่ ตอบว่าไม่ใช่ ซึ่งก่อนที่จะไปเจรจายังอีกไกล เรามี 12 ขั้นบันไดตอนนี้เรายังอยู่แค่บันไดขั้นที่ 3.5ส่วนไทยจะได้รับประโยชน์มากน้อยเรารับฟังหมดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และยังมีข้อท้วงติงอีกมาก ต้องใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมายภายในก่อน

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะสรุปผลศึกษาก่อนที่จะเข้า ครม. ซึ่งท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่ที่นโยบายรัฐบาล ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบผลเสีย-ผลดีที่จะเกิดขึ้นได้ในแต่ละภาคส่วนโดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นแกนหลักของประเทศ

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
June 26, 2020 at 06:42PM
https://ift.tt/384l6G8

สแกน UPOV 1991 ปั้นนักวิจัย-ไม่แตะเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม - ประชาชาติธุรกิจ
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Wednesday, June 24, 2020

พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองเชียงใหม่ ร่วมพิธีการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผัก ให้คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล - เชียงไหม่นิวส์

berasketa.blogspot.com

ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นประธานการรับมอบเมล็ดพันธุ์ผัก จากสมาคมสตรีนครเชียงใหม่ โดยมี นางสาววรัญญา เลิศวรกิจพิพัฒน์ นายกสมาคมสตรีนครเชียงใหม่ เป็นผู้มอบเมล็ดพันธุ์ผัก

ทั้งนี้ ท่านนายอำเภอได้ส่งต่อเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล (กพสต.) ทั้ง 9 ตำบล ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ และผู้แทนกรรมการสตรีในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ และเป็นการขยายผลกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ไปสู่ครัวเรือนเป้าหมายให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ในการนี้ มี นายศิริพัฒน์ กาวิละ นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา นายจำรัส คำราพิศ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา และนายสุวรรณ เกตุดำ พัฒนาการอำเภอเมืองเชียงใหม่ เข้าร่วมในพิธีการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผัก ดังกล่าวด้วย

รายงานโดย : ศรัณย์ภัทร/ทีมงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองเชียงใหม่

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
June 24, 2020 at 07:10PM
https://ift.tt/2B0skz0

พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองเชียงใหม่ ร่วมพิธีการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผัก ให้คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล - เชียงไหม่นิวส์
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Thursday, June 18, 2020

ทอดผ้าป่าเมล็ดพันธุ์ผัก แลกเปลี่ยนระหว่างหมู่บ้าน ในช่วงโควิด-19 - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS

berasketa.blogspot.com

19 มิ.ย. 2563
15 ครั้ง

เลย - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อำเภอวังสะพุง จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเมล็ดพันธุ์ผัก “มีแล้วแบ่งปัน”เพื่อช่วยเหลือและการแบ่งปันแก่ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) โดยการมอบเมล็ดพันธุ์ผัก และมอบต้นกล้าพันธุ์ผัก ตาม ”โครงการผ้าป่าเมล็ดพันธุ์ผัก ร่วมใจ ไทวังสะพุง สู้โควิด - 19"แลกเปลี่ยนกับประชาชน จำนวน 144 หมู่บ้าน เพื่อให้เป็นครัวของครัวเรือน และชุมชน ให้แก่ประชาชนและเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือนให้มีการปลูกผักสวนครัวเป็นอาหารสำหรับครัวเรือน และชุมชน

 

 

นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอวังสะพุง กล่าวว่า เป็นความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน แต่ละตำบล โดยการให้ประชาชนได้มีพันธ์ผักนำไปปลูกไว้เป็นอาหารในยามเมื่อประสบปัญหาวิกฤตโควิด - 19 และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้พึ่งตนเอง ดำเนินการวิถีชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีแล้วแบ่งปัน และเพื่อแลกเปลี่ยนกับหมู่บ้าน หรือตำบลอื่นที่มีผักคนละชนิดกันมาแลกกันเพื่อเป็นอาหารไว้รับประทาน ต่อไป

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
June 18, 2020 at 06:49PM
https://ift.tt/37O6JFN

ทอดผ้าป่าเมล็ดพันธุ์ผัก แลกเปลี่ยนระหว่างหมู่บ้าน ในช่วงโควิด-19 - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Wednesday, June 3, 2020

หวั่นเมล็ดพันธุ์มะลิ 105 ขาดแคลน แจกครัวเรือนละ 100 กก. ชดเชยแล้ง - ไทยรัฐ

berasketa.blogspot.com

นายนัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว เผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมา วิกฤติกว่าทุกปี และกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้ชาวนาหลายแห่งลงมือหว่านข้าว ในขณะที่หลายพื้นที่ยังมีปัญหาภัยแล้ง การลงมือหว่านข้าวในเขตชลประทานบางแห่ง รวมทั้งในพื้นที่นาดอน โดยเฉพาะในแถบภาคอีสาน ส่วนมากปลูกข้าวหอมมะลิ 105 อาจทำให้เมล็ดพันธุ์ที่หว่านไปแล้วเสียหาย อัตรางอกต่ำ หรือข้าวงอกขึ้นแล้วเสี่ยงยืนต้นตาย เกษตรกรต้องหว่านพันธุ์ข้าวซ่อม แต่ติดปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์

“แต่ละปีชาวนามีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ทั้งพันธุ์ข้าวไม่ไวแสง (กข) และพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ประมาณ 1.4 ล้านตัน ส่วนหนึ่งมาจากเกษตรกรเก็บพันธุ์ไว้ปลูกเอง 700,000 ตัน ซื้อจากกรมการข้าว สหกรณ์ ศูนย์ข้าวชุมชน และเอกชน อีกประมาณ 80,000-90,000 ตัน ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเกิดปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์คุณภาพทุกปี”

เพื่อเตรียมการรับฤดูกาลเพาะปลูกปี 2563/64 กรมการข้าวได้แก้ปัญหาด้วยการส่งต่อให้ศูนย์ข้าวชุมชน 2,800 แห่ง ร่วมกันผลิตเมล็ดพันธุ์ 280,000 ตัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ที่ส่วนใหญ่จะปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เป็นนาน้ำฝน ปลูกข้าวได้ปีละครั้ง

ผอ.กองเมล็ดพันธุ์ข้าวบอกว่า เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ปีนี้กรมการข้าวได้ใช้งบเร่งด่วนจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากสหกรณ์ 14,300 ตันไว้ช่วยเหลือชาวนาที่ประสบภัยธรรมชาติ โดยผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ จะต้องเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว ปี 2563/64 กับกรมส่งเสริมการเกษตร มีปลูกข้าวอยู่ในพื้นที่ประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัย ที่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง

โดยกรมการข้าวจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรครอบครัวละ 10 กก.ต่อไร่ รวมพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ โดยไม่มี
ค่าใช้จ่าย และจะเริ่มแจกเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
June 03, 2020 at 05:01PM
https://ift.tt/302jLhb

หวั่นเมล็ดพันธุ์มะลิ 105 ขาดแคลน แจกครัวเรือนละ 100 กก. ชดเชยแล้ง - ไทยรัฐ
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog

Sunday, May 31, 2020

ไบโอเทค พัฒนาชุดตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ลูกผสม HybridSure - ไทยรัฐ

berasketa.blogspot.com

ไทยได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงทำให้อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ในบ้านเราเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม (F1 hybrid seeds) ที่สำคัญของโลก

แต่การผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมให้มีความน่าเชื่อถือจนจำหน่ายได้ จะต้องผ่านการตรวจสอบความบริสุทธิ์เมล็ดพันธุ์ และการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพ วิธีการตรวจสอบแบบเดิมจะใช้วิธีปลูกในแปลง ทำซ้ำๆ ต้องใช้เวลารอผลนาน 3-6 เดือน พืชบางชนิดใช้เวลานานนับปี

ล่าสุด นักวิจัยศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สามารถพัฒนาชุดตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ลูกผสม (HybridSure) มีความถูกต้องความแม่นยำ สามารถตรวจเมล็ดพันธุ์จำนวนมากได้ในครั้งเดียว และมีความจำเพาะกับสายพันธุ์พืชทั้ง พริก แตงกวา แตงโม เมล่อน และมะเขือเทศ

ด้วยใช้เทคนิคเครื่องหมายโมเลกุลสนิป ที่สามารถนำมาใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ แยกความเป็นเอกลักษณ์ระหว่างสายพันธุ์เป็นผลสำเร็จ

ชุดตรวจ HybridSure (ไฮบริดชัวร์) เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเครื่องหมายดีเอ็นเอแบบลำดับเบสเดี่ยว (Single Nucleotide Polymorphism; SNP) ใช้ทดสอบเอกลักษณ์พันธุ์พืช แยกความแตกต่าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดสายพันธุ์ลูกผสม

ทำให้สามารถตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ที่อาจมีการปนเปื้อนจากเมล็ดที่ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ลูกผสม ใช้เวลา 4-6 ชม. ต่างจากวิธีที่เคยใช้ที่ต้องรอเวลานานหลายเดือน.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เมล็ด" - Google News
May 31, 2020 at 05:01PM
https://ift.tt/2Avvb1W

ไบโอเทค พัฒนาชุดตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ลูกผสม HybridSure - ไทยรัฐ
"เมล็ด" - Google News
https://ift.tt/2ZXszon
Home To Blog